|
ก้าวกล้าของเด็กหนังที่ชื่อ "สหรัฐ" |
|
|
|
เขียนโดย คนหนัง
|
|
อาทิตย์, 14 กันยายน 2008 |
สวัสดีครับ นี่คือพื้นที่ใหม่ของบ้านคนหนังของเรานะครับ นั่นคือการนั่งคุยกับ “เด็กหนัง” ไม่ว่าคุณจะเป็น นักเรียน-นิสิต-นักศึกษา ขอเพียงคุณเป็นเด็กทำหนังที่มีความน่าสนใจในตัวเอง เพียงแค่นั้นก็ควรค่าที่เราอยากจะคุยด้วยแล้วครับ ว่าแล้วก็มาคุยกับแขกคนแรกของ “เด็กหนัง” ของเราเลยดีกว่า
|
 |
|
คนหนัง: ช่วยบอกประวัติตัวเองคร่าวๆหน่อยครับ
เด็กหนัง: ชื่อเชนครับ สหรัฐ มานิตยกุล......จบปริญญาตรี นิเทศศาสตร์มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ตอนนี้กำลังศึกษาปริญญาโทคณะนิเทศศาสตร์ ที่ธุรกิจบัณฑิตย์เหมือนกันครับ…..ปัจจุบันเป็นฟรีแลนซ์ทำรายการให้กับ FUKDUK.TV และบริษัทยาร์ค
คนหนัง: ทำไมถึงชอบ “หนัง”
เด็กหนัง: สนใจด้านนี้มาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้วครับ รู้สึกว่าภาพยนตร์เป็นศาสตร์แห่งศิลปะที่มีมิติกว่าศาสตร์การสื่อสารด้วยภาพแบบอื่นๆ มันอิสระกว่าละคร เปิดกว้างได้มากกว่าโฆษณา
คนหนัง: จุดเริ่มต้นของการทำหนัง
เด็กหนัง: ตอนนั้นเขียนบทไว้ตอนเรียนมัธยมครับ แล้วก็ได้ลงมือทำออกมาเป็น VDO ART แต่ก็รู้สึกว่างานชิ้นแรกนั้นยังมีความตื้นเขินของความหมายในหลายๆด้าน รวมไปถึงการตีความที่ยังดูแล้วขาดๆเกินๆ เลยทำให้รู้สึกว่ามันยังขาดอะไรไปอีกเยอะ
|
|
|
คนหนัง: ความรู้สึกในการทำหนังครั้งแรก
เด็กหนัง: ขอข้าม VDO ART ไปพูดถึงหนังสั้นจริงๆที่ได้ทำครั้งแรกก็คือเรื่องมโนคติครับ เรื่องนี้เป็นหนังเรื่องแรกที่ลงมือทำด้วยเครื่องไม้เครื่องมือแบบครบครัน.....ได้กล้อง DVX102…..มอนิเตอร์ 11 นิ้ว.....รางดอลลี่ 3 - 4ราง และได้โปรดิวเซอร์อย่างอาจารย์ศิวาวุธ ผู้กำกับภาพยนตร์จริงๆมาช่วยไว้อย่างมาก ตอนนั้นรู้สึกว่ายังทำอะไรไม่ค่อยจะเป็น ยังกำกับนักแสดงได้น้อย ในใจรู้สึกว่าอยากให้เป็นแบบนี้แต่ก็ไม่กล้าสั่งบ้างไม่กล้าบอกบ้าง ผลของงานเลยออกมาได้ในระดับหนึ่ง......แต่ มโนคติ ก็ถือเป็นก้าวแรกของถนนคนทำหนังสั้นของผม
คนหนัง: ความรู้สึกเมื่อเห็นหนังของตัวเองเรื่องแรก
เด็กหนัง: ตอนแรกเลยรู้สึกดีครับ.......รู้สึกว่ามันทำออกมาได้โอเคในระดับหนึ่งเลย......แต่พอระยะเวลาเพาะบ่มประสบการณ์การทำหนังไปมากๆ แล้วลองย้อนกลับไปมองงานชิ้นนั้น ก็เห็นความบกพร่องอยู่มากเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นบทภาพยนตร์ การกำกับ รวมไปถึงการตัดต่อ .......จากอารมณ์ที่รู้สึกกับมันก่อนที่จะได้ทำในตอนนั้น(ตอนเขียนบท/มองภาพรวม) ผมมองว่ามันเป็นหนังที่มีโลกส่วนตัวอยู่มากๆ แต่พอทำออกมามันกลับเป็นหนังที่ดูแล้ว Mass เกินระดับที่มันควรจะเป็น
คนหนัง: ผลงานที่ผ่านมาทั้งหมด
เด็กหนัง: ตอนนี้ทำหนังสั้นและหนังสารคดีรวมทั้งหมดแล้วก็ประมาณ 30 กว่าเรื่อง แต่ในขณะที่ได้ทำแต่ละเรื่อง ก็รู้สึกอินกับมันมากๆไปในตอนทำทุกๆเรื่องเหมือนกัน ถ้าเปรียบเป็นลูกก็เหมือนมีลูกชายลูกสาวไปกว่า 30 คนแล้ว
|
|
|
คนหนัง: ผลงานที่ภาคภูมิใจที่สุด
เด็กหนัง: ภูมิใจในทุกๆเรื่องครับ เพราะรู้สึกอินกับทุกๆเรื่องจริงๆ เวลาที่ได้ลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นเริ่มเขียนบท เราก็จะตรวจมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เวลาถ่าย เราก็จะขอถ่ายจนทำให้มันดีที่สุด เวลาตัดต่อเราก็จะดูมันซ้ำไปซ้ำมาแก้ไปแก้มาจนมันสมบูรณ์ที่สุด
คนหนัง: ความตั้งใจกับการก้าวเป็นคนหนังในอนาคต
เด็กหนัง: เป้าหมายสูงสุดในการทำหนังเลยก็คือการได้ทำหนังใหญ่ (ที่เป็นตัวเราจริงๆ) แล้วได้รับเชิญให้ไปฉายตามเทศกาลหนังต่างๆ ทั่วโลก โดยที่มีคนรู้สึกและสนใจในสิ่งที่เรากำลังพยายามถ่ายทอดมันออกไป
คนหนัง: ทิ้งท้ายสำหรับคนที่อยากทำหนัง
เด็กหนัง: น้องๆทุกคนที่ผมเจอมักบอกว่าอยากทำหนัง แต่ก็มีไม่กี่คนที่วันรุ่งขึ้นตื่นขึ้นมาเอากล้องเดินออกไปถ่ายหนังอยากที่ตัวเองอยากทำ อยากฝากว่าถ้าเราอยากและสนใจมันจริงๆ ก็ขอให้อย่าปล่อยความอยากนั้นละลายหายไป....เริ่มลงมือทำมันซะเลยในตอนนี้ สิ่งที่ดีที่สุดมันยังไม่ถูกลงมือทำ หนังที่ดีที่สุดยังไม่ถูกใครกำกับ บทภาพยนตร์ที่เจ๋งที่สุดยังไม่ถูกใครเขียน เพราะสิ่งเหล่านั้นมันยังรอคอยให้คนรุ่นใหม่อย่างพวกน้องๆทำอยู่เสมอ “ไม่มีความฝันไหนที่เดินมาหาเรา.....ถ้าเราไม่เดินไปหามันก่อน”
|
 |
|
ถ้าใครอยากให้เราไปคุยกับเด็กหนังคนไหนก็บอกมาเลยนะครับ เราเต็มใจจัดให้ ไม่เกี่ยงสถาบัน เพราะพื้นที่นี้เป็นของ “เด็กหนัง” ทุกคนครับ
|
|
ภาพจากผลงานหนังสั้นของสหรัฐ
 |
 |
|
BABE BEAR1
|
BABE BEAR1 2
|
 |
 |
|
CHOICE
|
REFLECTION
|
 |
 |
|
TANGMUM
|
WALK
|
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( อาทิตย์, 14 กันยายน 2008 )
|